| หลักการและเหตุผล
การทำวิจัยและวิทยานิพนธ์เป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เป็นแหล่งข้อมูลและแหล่งสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งในเชิงวิชาการ และอาจมีส่วนในการนำไปสู่การพัฒนาและประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป การนำเสนอผลงานวิจัยในที่ประชุมเป็นกลไกหนึ่งในการเผยแพร่ผลงานวิจัยให้สาธารณชนได้รับทราบ เป็นโอกาสที่จะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิจัยในสาขาวิชาเดียวกันและสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นักศึกษาได้มีโอกาสรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากคณาจารย์ นักวิชาการ และเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเองซึ่งอยู่ต่างคณะ ต่างสถาบัน อันอาจมีประโยชน์ในการพัฒนาผลงานวิจัยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เกิดประโยชน์ในการสร้างความคิดและแนวทางการวิจัย รวมทั้งการสร้างเครือข่ายในการพัฒนางานวิจัย เป็นฐานข้อมูลนักวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ และเพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาให้มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และเป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2548 ของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งผลงานวิทยานิพนธ์จะต้องได้รับการตีพิมพ์หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ หรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม (Proceedings) ดังนั้นจำนวนของการนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิต จึงมีเพิ่มมากขึ้น จนต้องมีการจัดนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ปีละ 2 ครั้ง ในขณะเดียวกันมีมหาวิทยาลัยใหม่ที่จัดการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาเกิดเพิ่มขึ้น เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล รวมทั้งมหาวิทยาลัยเอกชน จึงได้มีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็น สภาคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (สคบท.) ก็ได้มีการจัดนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตแห่งชาติปีละ 2 ครั้ง และในปีการศึกษา 2551 ได้จัดร่วมกันกับ ทคบร. และ สคบท. รวมเป็นปีละ 4 ครั้ง เพื่อให้เพียงพอกับการนำเสนอผลงานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่มีเพิ่มมากขึ้น มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในสมาชิกของ ทคบร. ซึ่งเคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ การจัดประชุมวิชาการเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 8/2550 และในครั้งที่ 20 ประจำปี 2554 นี้
|
| วัตถุประสงค์
|