|
|
|
| |
| เรื่อง
|
หลักเกณฑ์การเผยแพร่วิทยานิพนธ์เพื่อขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ. ๒๕๕๔
|
|
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การเผยแพร่วิทยานิพนธ์ เพื่อขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ให้สอดคล้องกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ.๒๕๕๒ หมวด ๘ การสำเร็จการศึกษาที่กำหนดการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ เป็นเกณฑ์ประการหนึ่งในการขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยมหิดล
คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ จึงประกาศหลักเกณฑ์การเผยแพร่วิทยานิพนธ์ เพื่อขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ. ๒๕๕๓ ไว้ดังนี้
๑. ให้ยกเลิกประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่วิทยานิพนธ์เพื่อขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ. ๒๕๔๙
๒. ประกาศนี้ ให้ใช้กับนักศึกษาหลักสูตรปริญญาโท แผนการศึกษาที่ทำวิทยานิพนธ์ทั้งแผน ก แบบ ก๑ (ทำเฉพาะวิทยานิพนธ์) และแผน ก แบบ ก๒ (ศึกษารายวิชาและทำวิทยานิพนธ์) ที่เข้าศึกษาบัณฑิตวิทยาลัย ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
๓. ผลงานที่เผยแพร่
ผลงานที่เผยแพร่ให้เป็นผลงานจากการวิจัยเพื่อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ซึ่งเป็นผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานวิทยานิพนธ์ ที่ได้รับอนุมัติจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ให้จัดทำเป็นวิทยานิพนธ์เรียบร้อยแล้ว
๔. การเผยแพร่ผลงาน
การเผยแพร่ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานวิทยานิพนธ์ดำเนินการได้ ๒ วิธี คือ
๔.๑ เผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการที่มีนักวิชาการกลั่นกรอง หรือ
๔.๒ เผยแพร่ในที่ประชุมวิชาการที่มีนักวิชาการกลั่นกรองและมีการจัดทำบทความวิจัยเรื่องเต็ม (full paper) เป็นรายงานการประชุมวิชาการ (proceedings)
๕. ประเภทของวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการและประเภทของที่ประชุมวิชาการ ที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดให้นักศึกษาหลักสูตรปริญญาโท แผนการศึกษา แผน ก แบบ ก๑ และแผนการศึกษา แผน ก แบบ ก๒ เผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของผลงานวิทยานิพนธ์เพื่อขอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เป็นดังนี้
๕.๑ วารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการต้องเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการในสาขาวิชาที่นักศึกษาสำเร็จการศึกษา และมีระบบประเมินบทความโดยกองบรรณาธิการ (editorial review) หรือโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก (peer review)
นักศึกษาต้องส่งหลักฐานการตีพิมพ์หรือการได้รับการตอบรับจากวารสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าว พร้อมสำเนาบทความ จำนวน ๒ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อขอสำเร็จการศึกษา และเมื่อบทความได้รับการตีพิมพ์เรียบร้อยแล้ว ขอให้นักศึกษาส่งสำเนาบทความ (reprint) ที่ลงเผยแพร่ให้แก่บัณฑิตวิทยาลัยด้วย
๕.๒ ที่ประชุมวิชาการ
๕.๒.๑ การจัดประชุมต้องดำเนินการโดยหน่วยงานอย่างน้อยในระดับคณะ หรือหากเป็นการประชุมวิชาการเฉพาะสาขาต้องดำเนินการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานต่างๆ มิใช่เป็นการจัดโดยภาควิชาใดวิชาหนึ่ง หรือหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งเท่านั้น
๕.๒.๒ การจัดประชุมในข้อ ๕.๒.๑ ต้องมีการจัดทำบทความวิจัยเรื่องเต็ม (full paper) เป็นรายงานการประชุมวิชาการ (proceedings)
๕.๒.๓ ต้องมีคณะกรรมการประเมินผลงานที่นักศึกษาจะเผยแพร่เสนอผลงานและประเมินผลงานที่จะลงเผยแพร่ในรายงานการประชุมวิชาการ (proceedings)
๕.๒.๔ นักศึกษาต้องไปเสนอผลงานด้วยตนเอง การนำเสนอจะเป็นการเสนอแบบ oral presentation หรือ poster presentation อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
นักศึกษาต้องส่ง (๑) หลักฐานการไปเสนอผลงาน (๒) ผลงานที่นำเสนอ และ (๓) สำเนาบทความ (reprint) ที่ลงเผยแพร่ในรายงานการประชุมวิชาการอย่างละ ๒ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อขอสำเร็จการศึกษา และเมื่อบทความได้รับการตีพิมพ์ในรายงานการประชุมวิชาการเรียบร้อยแล้ว ขอให้นักศึกษาส่งสำเนาบทความ (reprint) ที่ลงเผยแพร่ให้แก่บัณฑิตวิทยาลัยด้วย
๖. ผลงานและการระบุชื่อนักศึกษาในการเผยแพร่ผลงานเพื่อขอสำเร็จการศึกษาปริญญาโท สามารถระบุเป็นชื่อแรกหรือชื่อรองก็ได้ โดยต้องระบุว่าเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในกรอบการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล
๗. ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการ คำวินิจฉัยของคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยถือเป็นที่สุด
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๔